ข่าวประชาสัมพันธ์

5. ไมเกรน

ไมเกรน (Migraine)

เป็นโรคปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติระบบประสาทที่หลอดเลือดแดงมีความไวต่อการกระตุ้นมากเป็นพิเศษกล่าวคือ มีการหด และขยายตัวของหลอดเลือดอย่างผิดปกติ และอาจพบจากประวัติทางกรรมพันธุ์ด้วยบางส่วน ผู้ป่วยมักจะเริ่มเป็นเมื่ออายุยังไม่มากนัก เช่น ช่วงอายุระหว่าง 25 ถึง 45 ปี และเคยมีรายงานว่าพบผู้ป่วยไมเกรนที่มีอายุเพียง 5 ปี ที่สำคัญมีผู้ป่วยผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า (คนไข้หญิงบางรายขณะมีรอบประจำเดือน อาจมีอาการปวดหัวไมเกรนเกี่ยวเนื่องได้เช่นกัน) เนื่องจากอาจมีปัจจัยเรื่องของฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้อง

อาการปวดศีรษะแบบไมเกรนนั้น มีลักษณะค่อนข้างชัดเจน ดังนี้

·       ปวดบริเวณขมับโดยอาจจะปวดข้างเดียว หรือทั้งสองข้างก็ได้ บางกรณีอาจมีการปวดวนกันไป และมักจะปวดข้างเดิมอยู่ซ้ำ ๆ ส่วนอีกบริเวณหนึ่งที่พบมาก ได้แก่ บริเวณเบ้าตา

·       ปวดตุ้บๆ ตามจังหวะของชีพจร

·       อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและเวียนศีรษะร่วมด้วย

·       ปวดรุนแรง ปวดนาน ตั้งแต่นาทีจนเป็นชั่วโมง บางรายอาจมีอาการยาวนานถึง72 ชั่วโมง

·       ปวดมากขึ้นเมื่อขยับร่างกายหรือศรีษะ

อาการร่วมขณะปวด 
          คลื่นไส้อาเจียน กลัวแสง เสียง กลิ่น ช่วงที่ปวดอาจมีเหงื่อออก หงุดหงิด หลังจากหายปวดศีรษะแล้ว ผู้ป่วยมีอาการอ่อนล้า ตาแดง น้ำตา น้ำมูก หรือน้ำลายไหล

ปัจจัยกระตุ้น

เพราะโรคไมเกรนของคนส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดขึ้นในตอนวัยเด็ก แต่มักจะเกิดขึ้นเมื่อโตมากขึ้นแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะปัจจัยกระตุ้น โดยสรุปแล้วมีดังนี้

1.อาหาร พบว่าอาหารหลายชนิดที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนได้มาก เช่น นมวัว เนย ชีส ช็อคโกแลต ไวน์แดง เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถั่วบางชนิด กล้วยสุกงอม ชา กาแฟและเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน น้ำตาลเทียม ผงชูรส แอสปาแตม รวมถึงสารที่แต่งอาหารบางชนิดก็มีผลเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ ไมเกรนได้ด้วย เช่น สารไนไตรด ไนเตรด ซึ่งจะพบในอาหารพวก เบคอน ไส้กรอก ซาเซมิ แฮม

คนส่วนใหญ่ที่เป็นไมเกรนแล้วงดอาหารที่กล่าวมาข้างต้นมักมีอาการไมเกรนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

2. ระดับฮอร์โมน ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น ช่วงที่มีประจำเดือน รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ได้รับฮอร์โมนทดแทน และระหว่างตั้งครรภ์ เป็นต้น

3. สภาพร่างกาย สภาพร่างกายที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น นอนดึก นอนไม่พอหรือนอนมากเกินไป เครียด ทำงานหนักมากเกินไป ท่านั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม มีลักษณะงานที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวต่อเนื่องนานๆ (รวมถึงการเกร็งตัวจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน) และอดอาหาร เป็นต้น

4. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่มากเกินก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของอาการปวดหัวไมเกรนได้

5. สภาวะแวดล้อม สภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น อาการร้อนหรือหนาวจัด แสงแดดจ้า เสียงดัง กลิ่นไม่พึงประสงค์บางอย่าง เช่น กลิ่นฉุน กลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นน้ำหอม เป็นต้น

6. ยาและสารเคมีบางชนิด ยาและสารเคมีบางชนิดกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะได้ เช่น nitroglycerine, Hydralazine, Histamine, Resepine เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่ปวดหัวไมเกรน ไซนัส จำนวนมากมีประวัติกินยาแก้อักเสบ ยากแก้แพ้ และ ยาลดน้ำมูกเป็นประจำ

จะเห็นได้ว่าโรคไมเกรนส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมของเราเองส่วนหนึ่งที่ผิดไปจากธรรมชาติ และเกิดจากสภาวะแวดล้อมอีกส่วนหนึ่ง

ดังนั้นเมื่อโรคนี้เกิดจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม การแก้ไขที่ตรงจุดจึงย่อมไม่ใช่การรับประทานยาแก้ปวด แต่ต้องพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับตัวเองน่าจะถูกต้องกว่า หรือไม่ก็ต้องรู้จักปรับสมดุลให้เหมาะสมกับพฤติกรรมและสภาวะแวดล้อมที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้

การวินิจฉัยแบบแพทย์จีน
ตามหลักแพทย์จีนแบ่งไมเกรนอกเป็น 2 แบบ คือ

1. เกิดจากเสมหะความชื้นรวมกับพลังความร้อนจากตับ  ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดอย่างฉับพลัน รุนแรง บางรายถึงกับเป็นลมล้มพับกันเลยทีเดียว

2. เกิดจากอารมณ์ไม่ปกติ ความใจร้อนความโกรธทำให้หยางของตับขึ้นสูง ทำให้ปวดหัว
การรักษา 

โรคจะไม่หายเอง ต้องได้รับการรักษา เช่น การฝังเข็ม การกดจุด การนวดทุยหนา การทานยาสมุนไพรจีน หลักการรักษา คือ สงบตับขจัดความร้อน  สงบลมทะลวงเส้นลมปราณ
การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาอาการปวดศีรษะที่ได้ผลดีวิธีหนึ่ง และได้มีการศึกษาวิจัยการรักษาปวดศีรษะ
ไมเกรนที่เกิดจากความเครียดด้วยการฝังเข็ม พบว่า การฝังเข็มรักษาไมเกรนได้ผลดีมาก
การฝังเข็มจะได้ผลดีมาก ขณะที่อาการปวดกำเริบ การรักษาต่อเนื่อง จะช่วยให้ความถี่ของการกำเริบห่างออกไป และช่วงเวลาปวดสั้นลง สามารถรักษาหายทางคลินิก คือ ไม่มีการกำเริบภายในเวลาครึ่งปี
แต่ไม่สามารถรักษาให้โรคหายขาดได้

         

ที่มา :    แก้ไขล่าสุดโดย: warangkhana.kl วันที่: 31 Mar 2015 09:57

ที่อยู่

  • ที่อยู่: คลินิกแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยพะเยา
    19 ม.2 ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา 56000 อาคารหอสมุด (CE 08) ชั้นล่าง
    เปิดบริการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น.
  • Email: support@email.com
  • Website: www.domain.com
  • โทรศัพท์: 054-466-666 ต่อ 3074 โทรสาร 054-666-690