ข่าวประชาสัมพันธ์

6. โรคภูมิแพ้

 

โรคภูมิแพ้จมูก (Allergic Rhinitis) หรือที่เรียกว่า "แพ้อากาศ" 

เป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่น มากกว่า 80% ของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ มีอาการก่อนอายุ 20 ปี แต่ก็สามารถพบได้ในคนทุกวัย โรคภูมิแพ้จมูกนี้มีอาการเรื้อรัง สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ป่วย และอาจเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ เป็นต้น

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้จมูก
           กรรมพันธุ์ ถ้าพบว่าบิดาหรือมารดาเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึง 50% และถ้าทั้งบิดาและมารดาเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกมีโอกาสเป็นเพิ่มขึ้นถึง 70% และมักจะมีอาการเร็วสิ่งแวดล้อม สารก่อภูมิแพ้มักจะเป็นสารที่เด็กได้รับเข้าไป ซึ่งอาจเป็นจากการหายใจ สัมผัส รับประทาน หรือฉีดเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งแบ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่น ฝุ่น, ไรฝุ่น, แมลงสาบ, รังแคหรือขนของแมวและสุนัข, เชื้อราในอากาศ, ควันบุหรี่ สารก่อภูมิแพ้นอกบ้าน เช่น ละอองหญ้า, เกสรดอกไม้, ฝุ่นละออง, ควันจากรถยนต์, ควันไฟจากการหุงต้มอาหาร, ก๊าซพิษปัจจัยอื่นๆ เช่น ทารกที่ได้รับนมมารดาเพียงอย่างเดียวเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน พบว่ามีโอกาสเกิดภูมิแพ้น้อยลง, ทารกที่ได้รับอาหารเสริมตั้งแต่อายุ 4 เดือนมีโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้มากกว่าทารกที่ไม่ได้รับอาหารเสริมถึง 3 เท่า

อาการของโรค
เริ่มด้วยอาการคันในจมูก หรืออาจคันไปถึงในคอ เพดาน อาจคันตา หรืออาจคันไปถึงหูก็ได้
อาการคันเป็นอาการนำมาก่อน และตามด้วยอาการจามติดต่อกันหลายๆครั้ง มีน้ำมูกใสๆตามมา 
ต่อมามีอาการแน่นจมูก หรือหายใจทางจมูกไม่สะดวก เพราะเนื้อเยื่อในจมูกบวมขึ้น
ส่วนผู้ป่วยที่เป็นมากบางคนอาจมีอาการหูอื้อ รู้สึกมีน้ำมูกไหลลงคอ หรือมีเสียงดังในหูด้วย
ถ้าเป็นที่หลอดลมจะมีอาการไอและหายใจมีเสียงดังวี้ด แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ถ้านอนก็ต้องลุกขึ้นนั่ง
อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นตลอดปี หรือเพียงบางฤดูกาลก็ได้ โดยเฉพาะฤดูฝนหรือฤดูหนาว ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการเฉพาะบางเวลา เช่น ตอนเช้าหรือกลางคืน ประมาณวันละ1-2 ชั่วโมง 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กเป็นโรคภูมิแพ้

สำหรับผู้ใหญ่สามารถบอกอาการได้ แต่เด็กบอกอาการไม่ได้ ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการและอาการแสดงของเด็กโดยดูจากโครงร่างกาย ผิวหนัง และลักษณะหน้า เด็กที่เป็นภูมิแพ้มักจะมีขนาดตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไป ลักษณะใบหน้าของเด็กที่เป็นภูมิแพ้มีดังนี้

  • Allergic Shiners เด็กจะมีขอบตาดำคล้ำ เนื่องจากเส้นเลือดดำที่ขอบตาขยาย
  • Dennie-Morgan Lines เด็กที่เป็นภูมิแพ้จะมีรอยย่นที่ใต้หนังตาล่าง
  • Long Face S yndrome เด็กที่เป็นภูมิแพ้ คัดจมูก และมีโรคหอบหืดจะมี เพดานปากสูงขึ้น ฟันบนยื่นออกมา ต้องหายใจทางปากเนื่องจากคัดจมูกอยู่ตลอดเวลา เยื่อบุจมูกจะบวม และซีดเนื่องจากถูกภูมิแพ้กระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้หายใจไม่ออก
  • Nasal Salute เด็กที่ภูมิแพ้จะมีอาการคันจมูก มักจะเอาฝ่ามือเช็ดจมูกอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดรอยย่นที่ดั่งจมูก
  • Facial Tics เด็กที่เป็นภูมิแพ้จะมีอาการคันจมูก ทำให้ต้องย่นหน้าและจมูกเหมือนตัวตลก
  • Keratosis Pilaris ผิวหนังของเด็กที่เป็นภูมิแพ้จะแห้งและหยาบ โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณบริเวณแก้ม แขน หน้าอก
  • Atopic Ezema ผิวหนังบริเวณข้อพับจะมีรอยเกาเป็นผื่น บางรายมีน้ำเหลือง
  • Conjunctivitis เด็กจะเคืองตาและขยี้ตาอยู่ตลอดเวลา เยื่อบุตาจะบวม
  • Glue ear เด็กที่คัดจมูกอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดหูชั้นกลางอักเสบ มีหนองไหลออกจากหู
  • Posterior nasal drip น้ำมูกจะไหลลงคอตลอดเวลาทำให้เด็กระคายคอ บางคนไอเรื้อรัง

ภูมิแพ้อากาศ ในมุมแพทย์แผนจีน

          โรคแพ้อากาศ หรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นโรคที่อัตราการเกิดโรคในปัจจุบันเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ผู้ป่วยโรคนี้มักมีอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล และคันจมูก เกิดจากการได้รับสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งหากมองในมุมของแพทย์แผนจีนแล้ว โรคแพ้อากาศเป็นโรคที่บ่งบอกถึงความบกพร่องของอวัยวะภายในที่ทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์  มีความสัมพันธ์กับปอด ม้าม กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่  ไต และเส้นลมปราณ กระเพาะปัสสาวะ การรักษานอกจากควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ต่างๆแล้ว ยังต้องปรับสมดุลภายในร่างกาย

          จมูกเปรียบเสมือนหน้าต่างของระบบทางเดินหายใจ หากชี่ปอดไหลเวียนติดขัด จะทำให้เกิดอาการคัดจมูก จาม  ม้ามและกระเพาะอาหารสังกัดธาตุดิน ปอดเป็นธาตุทอง ดินเกิดทอง เมื่อม้ามพร่อง หรือชี่กระเพาะอาหารไหลเวียนผิดปกติ จะส่งผล กระทบต่อความแข็งแรงของปอดได้ เส้นลมปราณลำไส้ใหญ่และเส้นลมปราณกระเพาะอาหารไหลผ่านบริเวณปีกจมูกทั้งสองข้าง เส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะไหลผ่านบริเวณด้านข้างของสันจมูก เส้นลมปราณตูไหลผ่านกึ่งกลางของจมูก หากการไหลเวียนติดขัดย่อมทำให้เกิดอาการบริเวณนี้ได้  ไตเป็นรากฐานของหยางชี่ทั่วร่างกาย ให้ความอบอุ่นแก่ปอด หากไตพร่องย่อมทำให้ปอดอ่อนแอ ดังนั้นโรคแพ้อากาศแม้จะมีอาการแสดงออกอยู่ที่จมูกเหมือนกัน หากความเป็นจริงแล้ว อาจมีสาเหตุที่แตกต่างกันได้

          การรักษาด้วยศาสตร์แพทย์จีน จำเป็นต้องใช้วิธีป้องกันและรักษาควบคู่กัน การป้องกันคือ อันดับแรกให้หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ หากทราบว่าตนเองแพ้สิ่งใดก็ควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น  นอกจากนี้แพทย์จีนยังมองว่า ความเย็นเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดโรคนี้ จึงควรหลีกเลี่ยงน้ำเย็น น้ำแข็ง อาหารดิบๆ ทำร่างกายให้อบอุ่น อาจมีผ้าคลุมไหล่หรือผ้าพันคอ ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่ต่ำเกิน ไม่ควรอาบน้ำตอนดึก  อันที่สองคือ ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ  พักผ่อนให้เพียงพอ  ควรเข้านอนก่อน 5 ทุ่มและไม่ควรนอนตื่นสาย

          การรักษาด้วยศาสตร์แพทย์จีนมีหลากหลายวิธี เช่น การใช้สมุนไพรจีน การฝังเข็ม การนวดตัวหรือนวดฝ่าเท้า กวาซา ครอบแก้ว โดยใช้หลักบำรุงส่วนที่ขาด ขจัดความเย็น กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลมให้สมดุล  เราขอแนะนำวิธีนวดกดจุดง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้

          1.ใช้นิ้วมือกดด้านข้างปีกจมูกทั้งสองข้าง ดันขึ้นบนจนถึงด้านข้างสันจมูก กึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วทั้งสอง สองนิ้วมือชิดกัน ดันขึ้นบนผ่านหน้าผากจนถึงไรผม ทำเช่นนี้หลายๆรอบจนรู้สึกจมูกร้อนๆ

          2.ใช้นิ้วโป้งกดนวดบริเวณต้นคอจุดเฟิงฉือ (fengchi ตำแหน่งดังภาพ) นวดจนรู้สึกบริเวณนี้อุ่นร้อน

          ขณะนวดควรทำจิตใจให้สงบ หายใจเข้าออกช้าๆและลึกๆ  การนวดด้วยวิธีนี้ช่วยให้เลือดลมบริเวณจมูกไหลเวียนได้ดีขึ้น  ช่วยทำให้อาการแพ้อากาศดีขึ้น เพื่อสะดวกในการนวด สามารถใช้ศอกท้าวไว้กับโต๊ะ หากอาการคัดจมูกเป็นมาก ให้นวดเพิ่มบริเวณกึ่งกลางด้านหลังของข้อพับหัวเข่า (จุด BL40 ตำแหน่งดังภาพ)  นอกจากนี้ การดื่มน้ำขิงต้มกับพุทราจีน ใส่น้ำตาลทรายแดงเล็กน้อยเป็นประจำ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของโรคนี้ได้

          สำหรับโรคแพ้อากาศ การแพทย์แผนจีนให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง ป้องกันมากกว่ารักษา  ดังนั้น การรักษาโรคนี้ ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติตัว การรักษาจึงจะเห็นผลในระยะยาวได้



 

 

http://www.doctor.or.th/article/detail/5645

http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/allergy/symtom.htm#.VI6Ra9yUe_4

http://health.kapook.com/view5201.html

http://www.hiso.or.th/hiso5/healthy/news.php?names=01&news_id=4295

 

ที่มา :    แก้ไขล่าสุดโดย: warangkhana.kl วันที่: 31 Mar 2015 09:59

ที่อยู่

  • ที่อยู่: คลินิกแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยพะเยา
    19 ม.2 ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา 56000 อาคารหอสมุด (CE 08) ชั้นล่าง
    เปิดบริการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น.
  • Email: support@email.com
  • Website: www.domain.com
  • โทรศัพท์: 054-466-666 ต่อ 3074 โทรสาร 054-666-690